สถิติผู้เข้าชม
 ขณะนี้มีผู้เข้าใช้ 0
 ผู้เข้าชมในวันนี้ 987
 ผู้เข้าชมทั้งหมด 2,617,542
กรุณาฝาก Email ของท่าน
  เพื่อรับข่าวสาร ที่น่าสนใจ
งานนมัสการพระแท่นศิลาอาสน์
จำนวนผู้เข้าชม 4116 คน
 
งานนมัสการพระแท่นศิลาอาสน์
อำเภอ   ลับแล 
จังหวัด   อุตรดิตถ์  
ฤดูการท่องเที่ยว   วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3  ตรงกับวันมาฆบูชา 
ติดต่อสอบถาม   ททท.สำนักงานแพร่ โทรศัพท์. 054-521118,054-521127
รายละเอียด
ประวัติ / ความเป็นมา          
      พระแท่นศิลาอาสน์ ตั้งอยู่บนเนินเขา ตำบลทุ่งยั้ง อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ ทางทิศตะวันตกของวัดพระยืนพุทธบาทยุคล  ที่มีอาณาเขตติดต่อกัน เหตุที่เรียกว่าพระแท่นศิลาอาสน์ ก็เพราะเชื่อว่าเป็นที่พระพุทธเจ้าได้เสด็จประทับนั่ง เพื่อทรงกระทำบำเพ็ญอธิษฐานบารมี ณ แท่นศิลาแลง ซึ่งมีรูปทรงเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดกว้าง 8 ฟุต ยาว 9 ฟุต 8 นิ้ว สูง 3 ฟุต มีครอบเบื้องบนอยู่ในพระวิหาร          
     สำหรับวัดพระแท่นศิลาอาสน์ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าผู้ใดสร้าง แต่จากการสันนิษฐานของผู้เชี่ยวชาญทางโบราณคดีและประวัติศาสตร์ว่า สร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี (ไม่ปรากฏหลักฐานยืนยัน) สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงนิพนธ์เกี่ยวกับวิหารเก่าของวัดพระแท่นที่ถูกไฟไหม้ว่า... "ของที่ถูกไฟไหม้สูญไปคราวนั้นน่าเสียดาย ประตูวิหารคู่หนึ่งเป็นของโบราณฝีมือทำดีน่าดูนักหนา แกะไม้ออกมาเด่นเป็นลายซ้อนกันหลายชั้น แม้ลายก้านขดปลายนกเป็นรูปต่างๆ มีรูปราชสีห์เป็นลายเดียวกับลายบานมุขที่วิหารพระพุทธชินราช เมืองพิษณุโลก สันนิษฐานว่า เห็นจะเป็นบานเดิมของวิหารพระพุทธชินราช บางทีจะสร้างตั้งแต่ครั้งสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ พระเจ้าบรมโกศทรงพระราชศรัทธาให้ทำบานประตูมุขตามลายเดิมถวายแทนแล้ว จึงโปรดให้เอาบานเดิมนั้นไปใช้เป็นบานวิหารวัดพระแท่นศิลาอาสน์"         
     วัดพระแท่นศิลาอาสน์ อาจเป็นวัดเก่าแก่สมัยสุโขทัยคู่มากับเมืองทุ่งยั้ง แต่เริ่มมาเลื่อมใสกันในสมัยอยุธยา ดังพระราชนิพนธ์ของสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพตอนหนึ่งว่า...           
     พิจารณาดูของที่สร้างไว้ในวัดพระแท่นศิลาอาสน์ ไม่เห็นมีของสิ่งใดที่มีฝีมือจะเก่าถึงครั้งสุโขทัยเป็นราชธานีสักชิ้นเดียว ที่เป็นของอย่างเก่าแก่ก็เพียงฝีมือช่างครั้งอยุธยา ข้อนี้ก็สมกับเป็นเรื่องพงศาวดาร ด้วยพระแท่นศิลาอาสน์นี้ มิได้กล่าวถึงในศิลาจารึกครั้งกรุงสุโขทัย คงมาเลื่อมใสกันต่อในชั้นกรุงศรีอยุธยาแรกปรากฏในหนังสือพระราชพงศาวดาร เมื่อแผ่นดินพระเจ้าบรมโกศ เมื่อพ.ศ. 2283 ได้เสด็จขึ้นไปนมัสการพระแท่นศิลาอาสน์ และครั้งนั้นได้บูรณะปฏิสังขรณ์มหาเจดีย์สถาน ณ ที่ต่างๆ ตามหัวเมืองเหนือ มีวัดมหาธาตุ เมืองพิษณุโลก ของที่ทรงปฏิสังขรณ์ยังปรากฏอยู่หลายแห่ง แต่พระแท่นศิลาอาสน์คงเป็นที่นับถือของมหาชนว่าเป็นมหาเจดีย์สถานมาก่อนรัชกาลพระเจ้าบรมโกศ จึงได้เสด็จไปนมัสการ"         
      จึงสันนิษฐานว่า วัดพระแท่นศิลาอาสน์ คงเป็นวัดสำคัญวัดหนึ่งในสมัยอยุธยา และมีตำนานเล่าต่อๆ กันมาว่า บริเวณวัดพระแท่นศิลาอาสน์ มีต้นพุทราต้นหนึ่ง เรียกว่า "ต้นพุทราแขวนบาตร" เป็นต้นพุทราที่พระอานนท์นำเอาบาตรของพระพุทธเจ้าไปแขวนไว้ ทางวัดคงปลูกต้นพุทรากันเรื่อยมา จนปัจจุบันไม่ใช่ ต้นเดิมอย่างแน่นอน และมีลานดินแห่งหนึ่งมีขนาดกว้าง 4 เมตร สูงประมาณ 50 เซนติเมตร อยู่ทางด้านใต้ของพระวิหาร ชาวบ้านเรียกว่า "แท่นดอกไม้" เชื่อว่าเป็นแท่นที่ช้างป่านำดอกไม้มาบูชาพระพุทธเจ้าคราวเสด็จมานั่งเพื่อทรงบำเพ็ญอธิษฐานบารมี และวางไว้บนฐานนั้นเป็นประจำอีกเช่นเดียวกัน        
     ด้านเหนือของวิหารตรงข้ามกับแท่นดอกไม้มีสระแห่งหนึ่ง เรียกกันว่า สระมดง่าม เป็นสระที่เกิดจากยักษ์เดินทางมาเฝ้ากราบบูชาพระพุทธเจ้า บังเอิญที่ตรงนั้นมีฝูงมดง่ามชุมนุมกันอยู่ ยักษ์ตรงนั้นได้เหยียบเอาฝูงมดง่ามจมพื้นดินยุบลงไปเป็นหลุมลึก ปัจจุบันที่บริเวณแท่นดอกไม้และสระมดง่ามเป็นป่ารกหมดแล้ว          
     ด้านเหนือหน้าวิหารในปัจจุบันมีกุฏิเล็กๆ อยู่หลังหนึ่ง ประดิษฐานพระพุทธรูป คือหลวงพ่อธรรมจักร์ เป็นหลวงพ่อที่ศักดิ์สิทธิ์มาก เชื่อว่าป้องกันไฟไหม้ได้ ห่างจากพระแท่นศิลาอาสน์ไปทางอำเภอลับแล ประมาณ 1 กิโลเมตร มีหนองน้ำแห่งหนึ่ง เรียกกันว่า " หนองพระพระแล" มีเรื่องเล่าว่า พระพุทธเจ้าหลังจากฉันภัตตาหารที่พระแท่นแล้วได้เสด็จมาประทับยืนที่วัดพระยืนพุทธบาทยุคล และเล่าว่าเป็นที่ชุกชุมของปลาที่ไม่มีเลือด         
      ประเพณีทำบุญไหว้พระแท่นศิลาอาสน์   ไม่ปรากฏหลักฐานว่าเริ่มตั้งแต่สมัยใด แต่ผู้เฒ่าผู้แก่หลายท่านกล่าวว่า มีมาสองสามชั่วอายุคนแล้ว เท่าที่ทราบมีผู้คนมาไหว้บูชาตามเทศกาล และตอนไม่มีเทศกาล เชื่อว่าถ้านมัสการจะได้บุญสูงสุด ได้ไปพบพระพุทธเจ้าในสรวงสวรรค์ ความเชื่อของผู้เฒ่าผู้แก่ได้บอกว่าก่อนตายขอให้ได้ไปไหว้พระแท่นสักครั้งก็พอใจ  ด้วยเหตุนี้จึงมีผู้คนต่างๆ ดั้นด้นไปนมัสการและเหตุที่สมัยก่อนการเดินทางทุรกันดารมาก จึงเท่ากับว่าเป็นการแสดงศรัทธา จากการมากราบไหว้กันเป็นประจำ และมากยิ่งขึ้นตามลำดับ และมีกำหนดเป็นเทศกาลในวันสำคัญๆ ทางพุทธศาสนาจึงได้ทำติดต่อกันจนเป็นประเพณี
กำหนดงาน          
      วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3  ตรงกับวันมาฆบูชา  สามารถตรวจสอบรายละเอียดได้ที่ www.tat.or.th/festival
กิจกรรม / พิธี          
     ก่อนวันขึ้น 8 ค่ำ เดือน 3 ชาวบ้านมาประชุมกัน และมีการตกลงกันจัดเตรียมสถานที่ เช่น กั้นเขต มุงหลังคา ล้างศาลาเตรียมต้อนรับพระเณรที่มาจากท้องถิ่นอื่น เตรียมล้างห้องน้ำ ซ่อมแซมอาคารที่ชำรุด เป็นต้น พระเณรที่มาร่วมงานมาจากวัดหนองปลาดุก วัดบรรลือธรรม วัดปงคา จังหวัดอยุธยา วัดเจดีย์ทอง วัดบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก พระเรณจังหวัดราชบุรี ชลบุรี และนนทบุรี ฯลฯ         
     ก่อนวันงาน 1 วัน เจ้าอาวาสวัดพระแท่นศิลาอาสน์ จะนิมนต์พระสงฆ์ทุกรูปที่เดินทางมาจากที่ต่างๆ มาประชุมพร้อมกัน และทำการมอบหมายภารกิจ หน้าที่ที่มีอยู่ตามจุดต่างๆ ของการจัดงานประเพณี ได้แก่ หน้าที่การให้ศีลให้พร ประพรมน้ำพระพุทธมนต์ เป็นต้น
     ประชาชนจากจังหวัดต่างๆ จะพากันมาจับจองที่คนละ 1-2 วา เพื่อตั้งร้านขายของรวมไปถึงจับจองสถานที่ตั้งโรงมหรสพ         
     สำหรับชาวตำบลทุ่งยั้ง และชาวบ้านลับแลจำนวนหนึ่งยังคงรักษาธรรมเนียม ประเพณีอย่างหนึ่งอย่างแน่นแฟ้น คือ พากันไปจับจองที่ดินในบริเวณวัดตามใต้ต้นไม้ใหญ่ หน้ากว้างคนละ 2-3 วา จัดเป็นที่ขายสำรับ (สำรับอาหาร) ทำเป็นเพิงกั้นรั้วปูเสื่อไว้ยาวเหยียด เพื่อรับประทานอาหาร และซื้ออาหารไปทำบุญ มีทั้งอาหารคาวหวาน ด้านในจัดไว้เป็นที่พักแบบปูเสื่อนอนกลางแจ้ง         
     พิธีการที่สำคัญ คือ ทุกร้านจะจัดคนไปรออยู่ที่ทางขึ้นหน้าวัด เมื่อคนเดินทางมาถึงวัดด้วยพาหนะใดๆ หรือเดินเท้ามา ก็จะพากันเจ้าไปต้อนรับชี้แจงให้ทราบวัตถุประสงค์ของการมารอรับ เมื่อตกลงกันแล้วก็จะหิ้วของพาไปที่เพิงพักของตน เท่านั้น โดยเฉพาะวันขึ้น 15 ค่ำ ประชาชนจะหลั่งไหลมารวมกัน ณ บริเวณวัดแน่นขนัดไปหมดจนเกือบไม่มีทางเดิน เพื่อจัดสำรับทำบุญ         
     ในช่วงเทศกาลนมัสการพระแท่นศิลาอาสน์ไนทุกๆ ปีนั้น  มีพระธรรมยุติและมหานิกายธุดงค์รอนแรมมาปักกลดชายป่า หลังวัดพระแท่นศิลาอาสน์ มากกว่า 500รูป รอคอยจนกว่าจะถึงวันจัดงานเพื่อนนมัสการพระแท่นศิลาอาสน์ และกระทำการเวียนเทียนตอนเช้าของทุกๆ วันจะออกบิณฑบาตเป็นทิวแถว แบ่งออกเป็นสายๆ เข้าไปในหมู่บ้าน เมื่อกลับมาถึงวัดก็จัดแบ่งเป็นหมวดหมู่ฉันภัตตาหารที่ได้รับจาก    การบิณฑบาต และมีชาวบ้านใกล้ไกลนำอาหารคาวหวานมาถวายเพิ่มเติมอีกเป็นจำนวนมาก หลังฉันภัตตาหารแล้วจะให้ศีลให้พร
     ครั้นถึงวันขึ้น 8 ค่ำ เดือน 3 เดือนมาฆะ เวลาประมาณ 19.00 น.  พระธรรมยุติทุกรูปจะปิดประตูพระวิหารลงดาน เรียบร้อยแล้ว พระผู้เป็นประธานจะนำสวดพระพุทธมนต์พระธรรมจักร หลังจากนั้นสวด ชยันต์โต ประพรมน้ำพระพุทธมนต์เหรียญประจำวันที่เตรียมไว้ให้ประชาชนเช่าบูชา เมื่อเสร็จพิธีในวิหารแล้ว พระธรรมยุติทุกรูปจะแบ่งหน้าที่รับผิดชอบตามที่ถนัด เช่น ประจำในพระวิหารแล้วคอยประพรมน้ำพระพุทธมนต์ ให้ศีลให้พร ทำหน้าที่จำหน่ายเหรียญที่ระลึกแก่ผู้มากราบไหว้ พระแท่นศิลาอาสน์ ทำหน้าที่โฆษก เป็นต้น         
     รุ่งเช้าของวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 ชาวบ้านที่อยู่ใกล้วัดพากันเตรียมอาหารถวายสังฆทาน พวกบ้านไกลก็พากันซื้อกับข้าวที่ชาวบ้านทุ่งยั้งมาบริการ นำไปถวายสังฆทานด้วยการจัดทำสำรับ เย็บด้วยใบตองกล้วยใหญ่เล็กตามลำดับ ใบใหญ่ใส่ข้าวสุก เรียงลงไปใส่คาวหวาน ผู้ทำบุญจะยกไปตามกลดพระและตามสุมทุมพุ่มไม้ที่มีพระหรือวัดจัดไว้ เป็นที่น่าแหลกใจที่ร้านค้าและผู้ทำบุญมิได้นัดหมายกันมาก่อนทุกอย่างก็เพียงพอ และเป็นเช่นนี้ทุกปีไป มีชาวบ้านจำนวนหนึ่งที่พาลูกหลานมาด้วยหลังจากทำสังฆทานเรียบร้อยแล้ว ก็จะไปอาราธนาพระมาทำพิธีโกนจุก เปีย แกละ เพราะถือว่าวันนี้เป็นวันศุภฤกษ์ดีเป็นสิริมงคลแก่ลูกหลาน จะได้เจริญเติบโตก้าวหน้าต่อไป        
     ประเพณีการทำบุญไหว้พระแท่นศิลาอาสน์ไม่ได้กำหนดพิธีกรรมอะไรที่เป็นกฏเกณฑ์ที่ทุกคนต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ชาวบ้านเข้าใจเพียงมาไหว้พระแท่นศิลาอาสน์ และมาเที่ยวงานวัดพระแท่นศิลาอาสน์เท่านั้น ความไม่มีกฏเกณฑ์ทำให้เกิดความปิติสุข สบายใจและได้สร้างบุญกุศลยิ่งใหญ่ครั้งหนึ่ง        
สืบสานวัฒนธรรม
- เขาคิชฌกูฏ จันทบุรี
- งานนมัสการพระบรมบรรพตหรืองานวัดภูเขาทอง
- งานนมัสการพระธาตุศรีสองรัก
- งานนมัสการพระแท่นศิลาอาสน์
- งานเทศกาลมะม่วงและของดีแปดริ้ว
- งานเทศกาลนมัสการหลวงพ่อโสธร
- งานเทศกาลดอกลำดวน
- งานตายายย่าน
- งานตากสินมหาราชานุสรณ์
- งานช้างและงานกาชาดสุรินทร์
ดูทั้งหมด

  แสดงความคิดเห็น

ตัวหนา ตัวเอียง ตัวขีดเส้นใต้ ตัวขีดกลาง ชิดซ้าย กึ่งกลาง ชิดขวา รูปภาพ ลิ้งก์ ขนาดต้วอักษร สีต้วอักษร

ชื่อ: *
E-mail : *
ไม่ต้องการแสดง Email
รหัสตรวจสอบ : Security Image
* กรุณากรอกรหัสที่อยู่ในรูป

Engine by MAKEWEBEASY